User :
Password :
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

ขนบธรรมเนียมประเพณี

สังคมและวัฒนธรรม

หนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล

อำเภอในสมุทรปราการ

บุคคลเด่นของสมุทรปราการ

โรงแรมที่พักและร้านอาหาร

สนามบินสุวรรณภูมิ

หน่วยงานและองค์กรต่างๆ

อัลบั้มภาพสมุทรปราการ

วีดีโอเกี่ยวกับสมุทรปราการ

เล่นเกมส์ฟรี

ตำแหน่งโฆษณา
หมวด » สังคมและวัฒนธรรม » ชาวสมุทรปราการ

มุสลิมสมุทรปราการ

มุสลิมสมุทรปราการ
                เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสมุทรปราการ ผู้คนส่วนใหญ่จะนึกถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วประเทศ อาทิฟาร์มจระเข้ เมืองโบราณ พระสมุทรเจดีย์ (เจดีย์กลางน้ำ) ช้างสามเศียร ป้อมพระจุลจอมเกล้า ยิ่งในปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ทำให้คนรู้จักสมุทรปราการมากขึ้น หรือแม้แต่ประเพณีโยนบัวของชาวบางพลี ปลาสลิดของชาวบางบ่อ  หรืองานสงกรานต์ของชาวมอญปากลัด  (อ.พระประแดง) ก็เป็นที่รู้จักกันทั่วว่าอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสมุทรปราการเป็นพื้นที่ที่มีพี่น้องมุสลิม ลงรากฐานเป็นชุมชนใหญ่มาแล้วกว่าเกือบ 300 ปี จนถึงปัจจุบัน
                ย้อนกลับไปสมัยตอนปลายกรุงศรีอยุธยา ได้มีกลุ่มพ่อค้ามุสลิมจากมะละกา ซึ่งอยู่ปลายแหลมมลายูได้มาทำการค้าขายอยู่แถบเมืองนครเขื่อนขันธ์หรืออำเภอพระประแดง ในปัจจุบัน การค้าขายของพ่อค้ากลุ่มนี้รุ่งเรืองขึ้นตามลำดับเพราะมีการค้าขายกับผู้คนจากหลายพื้นที่ จึงมีการตั้งหลักปักฐานตลอดมา ซึ่งถือได้ว่าเป็นมุสลิมกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรากฐาน ณ ที่นี่ จากนั้นก็มีมุสลิมจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเพื่อค้าขายในย่านนี้เช่นกัน และเริ่มลงหลักปักรากฐานเพื่อค้าขายสินค้าทั้งกับพ่อค้าจากต่างแดนและผู้คนในพื้นที่
                กระทั่งต้นรัตนโกสินทร์ในสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 ทรงตั้งเมืองนครเขื่อนขันธ์ขึ้น ใน ปี พ.ศ.2358 ได้โปรดเกล้าให้บุตรชายของพระยาเชยผู้นำมอญที่เข้ามาพึ่งพระโพธิสัมภารของพระมหากษัตริย์สยาม เป็นเจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งสืบต่อกันมาถึง 8 คน
                มุสลิมชาวอินเดียส่วนหนึ่งได้รับราชการทำงานรับใช้เจ้าเมืองนครเขื่อนขันธ์ ในหน้าที่ดูแลบัญชีตามความถนัดเป็นที่พออกพอใจของเจ้าเมือง ที่ทั้งเก่ง ทั้งขยัน และซื่อสัตย์ ชาวอินเดียที่มาค้าขายและทำงานเกือบทั้งหมดจะมาเฉพาะผู้ชาย เจ้าเมืองเกรงว่าไม่นานพวกนี้ก็จะต้องกลับไป เพราะไม่มีอะไรผูกมัด วันหนึ่งในขณะที่ทั้งชาวมอญ และอินเดียต่างต้องมาเล่าแจ้งแถลงไขถึงงานที่ทำไป ในแต่ละวันให้เจ้าเมืองได้รับทราบ เหล่าข้าราชบริพารมอญที่มาร่วมต่างก็พาลูกสาวมาด้วย เจ้าเมืองเลยเอ่ยปากให้ชาวอินเดียที่รับใช้อยู่นั้นเลือกพวกนางไว้เป็นคู่ครอง ซึ่งเป็นกุศโลบายมิให้พวกนี้ต้องกลับบ้านเพราะไม่มีครอบครัว จากคำบอกเล่าขานกันว่า เสียงร้องของสาวชาวมอญร้องไห้กันระงมเพราะกลัวที่ต้องไปเป็นเมียของพวกแขกที่ทั้งตัวใหญ่และดำมีหนวดยาว แต่ทุกอย่างก็ผ่านด้วยดี จึงจะเห็นได้ว่ากลุ่มมุสลิมชาวอินเดียรุ่นแรก ๆ จับชาวมอญบ้านปากลัดจะเป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน เรื่องเหล่านี้ยังพอมีประวัติที่เชื่อถือได้ เพราะยังมีลูกหลานสืบทอดกันจนถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นตระกูล  “ยังเจริญ” จากมะละกา หรือตระกูล ไวทยานนท์ และวงศ์พานิชจากอินเดีย
                หลังจากที่อาณาจักรฟาตอนีดารุสสลาม (ปัตตานีในปัจจุบัน) ถูกสยามตีแตก พระราชวังและมัสยิดกรือเซะถูกเผาทำลาย ก็มีการกวาดต้อนผู้คนโดยเฉพาะพวกทหารนั้นมาในส่วนกลางกว่า 4,000 พันคน ซึ่งบางส่วนก็เสียชีวิตเพราะโรคภัยไข้เจ็บ บางส่วนก็โดดน้ำหนีเสียชีวิตในทะเล ทหารสยามจึงต้องจับร้อยหวาย เพื่อจะได้โดดน้ำหนีไม่ได้ จากนั้นก็ได้นำเชลยศึกเหล่านี้แยกย้ายกันไปไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ การเผาทำลายและการกวาดต้อนเชลย ถือเป็นเรื่องปกติของสงครามในยุคนั้น ถ้าไม่ทำลายไม่นานก็จะมีการแข็งข้อต้องสู้รบกันไม่รู้จบ เชลยศึกส่วนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักรบหัวแข็ง และผู้รู้ทางศาสานาได้ถูกต้อนมาไว้ที่ปากคลองลัดหลวงหรือชาวมุสลิมบ้านปากลัดในปัจจุบัน โดยมองว่าถ้ามีศึกสงครามกับผู้รุกรานที่เข้าโจมตีกรุงรัตนโกสินทร์ในอนาคต เชลยศึกเหล่านี้ก็จะเป็นด่านแรกคอยป้องกันไว้ อีกอย่างมองว่าเจ้าเมืองเขื่อนขันธ์คงจะควบคุมดูแลเชลยพวกนี้ได้อย่างดี
                เมื่อเวลาผ่านไปเชลยเหล่านี้เริ่มประกอบสัมมาอาชีพมีที่ทำกิน บางคนที่มีความรู้ก็ได้รับราชการเป็นเก็บเบี้ยค่าที่ดินส่งเจ้าเมืองเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ และสามารถอยู่ร่วมกับชาวมอญได้เป็นอย่างดีกอปรกับมีมุสลิมเดิมที่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว การรวมกลุ่มของมุสลิมจึงเกิดขึ้นเป็นชุมชน มีการสร้างมัสยิด โดยการสนับสนุนผ่านการเงินจากกลุ่มพ่อค้ามุสลิมที่มาอยู่ก่อน หรือที่เรียกกันติดปากว่าแขกเก่า ซึ่งมัสยิดหลังแรกเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวบนเนื้อที่ 300 ตารางวา ที่ได้รับบริจาคจากฮัจยีชาอิ้ล บุตรโต๊ะวังปานา สร้างในปี พ.ศ.2425 และเนื่องจากเชลยส่วนใหญ่เป็นผู้รู้ทางศาสนา จึงมีญาติพี่น้องและลูกหลานจากปัตตานี และรัฐกลันตันของมลายูมาเยี่ยมและมาเล่าเรียนกันมากขึ้น ๆ บางส่วนมาแล้วก็กลับไป แต่ก็ยังมีอีกเป็นจำนวนมากที่มาแล้วไม่กลับ เพราะสามารถอยู่มีที่กิน ที่นา สามารถทำมาหากินได้อย่างสบาย ชุมชนมุสลิมบ้านปากลัดจึงเกิดขึ้น และจากการที่มีผู้รู้ทางศาสนา หรือที่เรียกกันว่า “โต๊ะอาเหล็ม” หลายคน จึงมีมุสลิมจากพื้นที่ต่าง ๆ มาเล่าเรียนศาสนาอิสลามกันมาก เล่ากันว่า “ถ้าพายเรือจากต้นคลองเข้าสู่หมู่บ้านแขก จะได้ยินแต่เสียงคนท่องอ่านอัลกุรอานไม่ขาดเสียงตลอดลำคลอง” ดังจะเห็นได้ว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี เกือบทุกท่านต่างก็เคยได้มาเล่าเรียนกับครูบาอาจารย์ในบ้านปากลัดทั้งสิ้น
                สังคมมุสลิมให้ความสำคัญและยกย่องผู้รู้ทางศาสนาเป็นอันดับแรก ดังนั้นผู้รู้จากมุสลิมบ้านปากลัดจึงเป็นที่รู้จักในแวดวงมุสลิมมาช้านาน ไม่ว่าจะเป็นแชร์บ๊ะ แชร์ฉ่ำ แชร์ฟา โต๊ะกีดำ ลุงแช่ม หรือฮัจยีแช่ม พรหมยงค์ จุฬาราชมนตรีท่านแรกในสายซุนนะ ฯลฯ และบุคคลเหล่านี้ต่างก็มีลูกศิษย์ลูกหาไปทั่วประเทศ หรือแม้แต่ในต่างประเทศอย่างมาเลเซีย และมหานครมักกะฮฺ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และบุคคลเหล่านี้อีกเช่นกันที่ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับพี่น้องต่างศาสนิกที่อยู่ รายล้อมไม่ว่าจะเป็นชาวมอญ ชาวไทยพื้นที่ หรือแม้แต่ชาวจีน ซึ่งก็มีอยู่จำนวนมาก ณ ที่นั้น.. จนต่างหล่อหลอมเป็นกลุ่มคนเดียวกันในที่สุด
 
                มุสลิมบ้านปากลัดเป็นกลุ่มคนที่อยู่มาช้านาน ตั้งก่อนมีนครเขื่อนขันธ์ จนมาถึงอำเภอพระประแดง ของจังหวัดสมุทรปราการในปัจจุบัน และเมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าจำนวนผู้คนก็มากขึ้น มุสลิมบ้านปากลัดจึงได้มีการอพยพไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดใกล้เคียง อาทิ อำเภอทุ่งครุ กทม. ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี หรือแม้แต่นครศรีธรรมราช
                ในขณะเดียวกันเมื่อเกือบ 100 ปี ที่ผ่านมาก็มีมุสลิมอีกจำนวนมากจากที่ต่าง ๆ ทั้งมีนบุรีฉะเชิงเทรา นครนายก นนทบุรี อยุธยา ต่างก็อพยพเข้ามาในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อตั้งหลักปักฐานทำมาหากิน ในอำเภออื่น ๆ ของจังหวัด เช่น อำเภอบางพลี บางบ่อ เมือง สำโรง จึงทำให้จำนวนมุสลิมในจังหวัดสมุทรปราการเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ จนถึงปัจจุบันในจังหวัดสมุทรปราการมีพี่น้องมุสลิมอาศัยอยู่ทั้งที่เป็นสัปปุรุษมีชื่อในทะเบียน และไม่ได้เป็นสัปปุรุษเป็นประชากรแฝงรวมแล้วเกือบ 3 หมื่นคน อาศัยอยู่ใน 13 มัสยิด
                เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เมื่อมีการพูดถึงจังหวัดสมุทรปราการ ชุมชนมุสลิมกลับไม่ได้รับการกล่าวขานถึง ทั้ง ๆ ที่เป็นชุมชนเก่าแก่ มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของชาติมาโดยตลอด แต่เมื่อพิจารณาแล้วก็คงจะกล่าวโทษใครไม่ได้เพราะแม้แต่พี่น้องมุสลิมในจังหวัดสมุทรปราการเอง ก็แทบจะไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของบรรพบุรุษ ไม่มีแม้แต่ประวัติหรือจะเล่าขานกันต่อ ๆ ไปให้ลูกหลาน ได้รับรู้ หรือได้ภาคภูมิใจ ในความเป็นคนพระประแดง คนสมุทรปราการแต่ก็ยังไม่สายเกินไป ถ้าเราจะหันมาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ถึงแม้เราจะให้อดีตกลับคืนมาไม่ได้แต่อย่างน้อยที่สุด ประวัติศาสตร์ก็สามารถทำให้เรารู้ได้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน และเราสามารถเอาบทเรียนจากประวัติศาสตร์มาเป็นแนวทางสู่อนาคต อย่างน้อยเราจะได้รับรู้ว่าทำไมเราต้องมาอยู่ที่นี่ ทำไมเราไม่ย้ายไปที่อื่น ทำไมบรรพบุรุษของเราถึงอยู่ร่วมกันกับพี่น้องต่างศาสนิก ต่างเชื้อชาติ ได้อย่างดีเหมือนพี่น้องกัน และเหล่านี้แหละจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราเอง ชุมชนของเรา และประเทศชาติโดยรวม

ที่มา http://www.alkawthar.or.th/
  คำค้นหา : มุสลิมสมุทรปราการ , มุสลิม , สมุทรปราการ , ชาวมอญ , มะละกา
เขียนเมื่อ : 30 ส.ค. 2553,22:19   เข้าชม : 912 ครัั้้ง   แจ้งลบ



สังคมและวัฒนธรรม » ชาวสมุทรปราการอื่นๆที่น่าสนใจ
มอญปากลัด มอญพระประแดง จ.สมุทรปราการ
มอญ ปากลัด สืบเชื้อสายมาจากชาวมอญที่อพยพเข้ามายังพระราชอาณาจักรไทยอย่างน้อย ๒ ครั้งด้วยกัน กล่าวคือครั้งแรกใน พ.ศ.๒๓๑๖ สมัยกรุงธนบุรี มีเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง) เป็นหัวหน้า
มุสลิมสมุทรปราการ
เมื่อเอ่ยถึงจังหวัดสมุทรปราการ ผู้คนส่วนใหญ่จะนึกถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วประเทศ อาทิฟาร์มจระเข้ เมืองโบราณ พระสมุทรเจดีย์ (เจดีย์กลางน้ำ) ช้างสามเศียร ป้อมพระจุลจอมเกล้า
หัวข้อ : มุสลิมสมุทรปราการ
ความคิดเห็นที่ 1 โพสเมื่อ : 12 ม.ค. 2555,05:32 น.

Magdelina

Not bad at all fellas and galals. Thanks.
หัวข้อ : มุสลิมสมุทรปราการ
ความคิดเห็นที่ 2 โพสเมื่อ : 12 ม.ค. 2555,16:52 น.

mlkhoeo

zr8JKT <a href="http://dpcmlaiwwacv.com/">dpcmlaiwwacv</a>
หัวข้อ : มุสลิมสมุทรปราการ
ความคิดเห็นที่ 3 โพสเมื่อ : 13 ม.ค. 2555,22:01 น.

apmardczcs

apfbKh , [url=http://fisjcbfztslm.com/]fisjcbfztslm[/url], [link=http://saeliazshisf.com/]saeliazshisf[/link], http://hcycaksybsjo.com/
หัวข้อ : มุสลิมสมุทรปราการ
ความคิดเห็นที่ 4 โพสเมื่อ : 14 ม.ค. 2555,18:58 น.

augqgeqvi

yBKfFi <a href="http://ahejmuzbqoqf.com/">ahejmuzbqoqf</a>
แสดงความคิดเห็น เรื่อง : มุสลิมสมุทรปราการ
ชื่อ
อีเมล์
รายละเอียด
รหัสลับ
การทำนากุ้ง กุ้งเหยียด ข่าวหลอกโอนเงินทางเอทีเอ็ม คำขวัญสมุทรปราการ งานพระสมุทรเจดีย์53 จังหวัดสมุทรปราการ ช้างสามเศียร ตารางน้ำขึ้น_ใน_จ.สมุทรปราการ นายเชิดศักดิ์ ชูศรี นายเชิดศักดิ์_ชูศรี นายเล็ก_วิริยะพันธ์ นิคมอุตสาหกรรมบางปู บุคคลสำคัญสมุทรปรากา บุคคลสำคัญสมุทรปราการ ประวัติบุคคลสำคัญสมุทรปรากา พระครูปลัดอนุชิต รูปถ่ายศาลากลางสมุทรปราการ ร้านอาหารอะหร่อยพระประแดง สถานีตำรวจ สภ.บางพลี สมุทรปราการ สรรพากร_บางเสาธง เกมZUMAเต่าทอง เขี้ยวเสือ เพลงสมุทรปราการ เรือนจำกลางสมุทรปราการ แข่งเรือพระประแดง แผนที่สมุทรปราการ โรงเรียนปทุมคงคาสมุทรปราการ โรงเรียนสหศึกษา


Copyright 2010, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537